ฟุตบอลต่างประเทศ ฟุตบอลวาไรตี้

One day, One player : Petr Cech

อย่างที่ทราบกันดีว่าเมื่อวันก่อน เจ้าของสถิติคลีนชีทสูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกได้ประกาศแขวนสตั้ด แขวนถุงมือ แขวนเฮดเกียร์ หลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นการเดินทางในสายอาชีพนักฟุตบอลถึง 20 ฤดูกาล และยังเป็นตำนานในใจของแฟนๆ สิงห์บลูเชลซีอีกด้วย เขาคนนั้นคือ “ปีเตอร์ เช็ค”

ในประเทศเช็ก มีเด็กชายคนหนึ่งรูปร่างสูง และเขาสนใจในกีฬาฮ็อกกี้นำแข็ง แต่ก็ต้องหันหน้าให้กีฬาฟุตบอลด้วยเหตุผลที่ว่าอุปกรณ์กีฬาฮ็อกกี้นั้นแพง

หลังจากหันหน้าเข้าหากีฬาฟุตบอลช่วงแรกเช็คได้เริ่มจากการเป็นกองกลางและกองหน้าให้กับทีมเยาวชนของสโมสรวิคตอเรีย พัลเซน แต่ก็มีบางครั้งที่เขาถูกใช้งานเป็นผู้รักษาประตู ด้วยความที่เขาเป็นคนตัวสูง ทำให้เขาเล่นในตำแหน่งทายด่านได้ดีทีเดียว

ในตอนที่เช็กอายุได้ 10 ขวบ เขาดันได้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ “ขาหัก” สิ่งนี้ทำให้หลังจากการรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว เช็คเลยเลือกที่จะเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูในทันที

หลังจากนั้นเช็กก็ย้ายไปสู่สโมสรที่ใหญ่กว่าอย่างชเมล บลาซานี่ ก่อนที่จะลงเล่นนัดแรกเมื่อตอนอายุ 17 ปีในปี 1999 และถูกสโมสรยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดอย่างสปาร์ต้า ปราก ซื้อตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 700,000 ยูโร

การมาอยู่กับสโมสรใหญ่ในบ้านเกิดอย่างสปาร์ต้า ปราก เป็นการการันตีถึงฝีมือของยอดนายทวารดาวรุ่งรายนี้ได้ดี และพรสวรรค์ของเช็กก็ยิ่งโดดเด่นมากขึ้นอีกเมื่อสร้างสถิติไม่เสียประตูนานติดต่อกันถึง 855 นาที ซึ่งเป็นสถิติการไม่เสียประตูติดต่อกันนานที่สุดในเช็กด้วย

นอกจากนี้เช็ก ยังไปสร้างชื่อในรายการใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยช่วยป้องกันประตูให้กับทีมได้ตลอดจนไม่แพ้ใครนานถึง 4 นัด

ผลงานของเช็กเข้าตาแมวมองของสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่างจัง แต่กลับเป็นทางแรนส์ สโมสรในฝรั่งเศส ที่ได้ตัวเช็กไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 5 ล้านยูโร

ช่วงเวลา 2 ปีที่เช็ก ได้อยู่กับแรนส์ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จมากมายเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ผลงานในการป้องกันประตูของนายทวารวัยรุ่นที่โตเกินตัวอย่างเขา ทั้งยังมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนของการเป็นยอดนายทวารไม่ว่าจะเป็นรูปร่างที่สูงใหญ่ถึง 196 ซ.ม. แขนขาที่ยาว การตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม และปฏิกริยาตอบสนองที่รวดเร็ว ทำให้เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการเชลซีสนใจและรีบซื้อมาร่วมทีมตั้งแต่ช่วงต้นปี 2004 โดยเป็นการจองตัวเอาไว้ก่อนและรอย้ายทีมหลังฤดูกาลสิ้นสุดด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ 

ทั้งนี้แม้จะรู้ว่าต้องเผชิญกับการแย่งชิงตำแหน่งกับ “ไอ้แมงมุม” คาร์โล คูดิชินี่ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดนายทวารของพรีเมียร์ลีก แถมยังมีการเปลี่ยนแปลงในทีมด้วยเมื่อรานิเอรี่ โดนไล่ออกและเป็นโชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีมแทนแต่เช็กก็ไม่ได้หวั่นแต่อย่างใด

จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งของเช็ก ได้รับโอกาสจากมูรินโญ่ในช่วงพรีซีซั่นหลังจากที่คูดิชินี่ ที่เคยให้เป็นมือหนึ่งทำผิดพลาด ซึ่งเช็กก็ทำให้ทีมได้มั่นใจกับความสามารถในการป้องกันประตูที่สุดยอด และทำให้นายใหญ่ชาวโปรตุกีส วางใจให้เป็นนายทวารมือหนึ่งของทีมทันที

จากเกมแรกที่ลงสนามอย่างเป็นทางการคือการเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยสกอร์ 1-0 ซึ่งเป็นการรักษาคลีนชีทได้ เช็กก็ไม่เคยสร้างความผิดหวังให้กับเพื่อนร่วมทีม ผู้จัดการ และแฟนบอลเลย

มีอยู่ช่วงที่เขาไม่เสียประตูติดต่อกันนานที่สุดถึง 1,025 นาทีด้วยกัน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก และจากนั้นก็ช่วยให้เชลซีประสบความสำเร็จได้แชมป์คาร์ลิ่ง คัพ รวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นสมัยแรกในรอบ 50 ปีอีกด้วย ก่อนที่จะได้รับรางวัลถุงมือทองคำเมื่อจบฤดูกาล 2004-05

เช็กยังคงเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ 2 และช่วยนำเชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง ก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่ไหล่ ซึ่งก็ยังกลับมาลงเล่นได้ในช่วงเปิดฤดูกาล 2006-07 ได้พอดี

อย่างไรก็ตามในวันที่ 14 ต.ค.2006 เช็กก็ต้องประสบอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจถึงขั้นคร่าชีวิตได้เลย ในเกมกับเร้ดดิ้งที่มาเดจสกี้ สเตเดี้ยม เมือถูกสตีเฟ่น ฮันท์ มิดฟิลด์เจ้าบ้านเข้าชาร์จรุนแรงตั้งแต่นาทีแรกถึงเกมจนถึงขั้นหมดสติและโดนหามส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ผลการสแกนปรากฎว่าเช็กกระโหลกศรีษะร้าวซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สุดท้ายก็ได้รับการผ่าตัดช่วยเหลือจนปลอดภัย แต่ก็ต้องพักรักษาตัวอยู่นานหลายเดือนก่อนที่จะกลับมาลงสนามได้อีกครั้งแต่ต้องสวมเครื่องป้องกันพิเศษที่ศรีษะเพื่อป้องกันการกระทบกระแทก ที่ต่อมาได้กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเช็กไปด้วยในตัว

แม้ว่าการกลับมาพร้อมไอเท็มใหม่อย่างเฮดเกียร์นั้น จะทำให้ปฏิกิริยาของเขาดูดรอปลงไป แต่เขาทดแทนสิ่งที่หายไปด้วยการยืนตำแหน่งที่ดีขึ้น ทำให้เขาไม่ต้องพุ่งแบบเกินมนุษย์เหมือนมาเชลซีปีแรก แต่ก็เพียงพอที่จะช่วยให้เชลซีไม่เสียประตู

และหลังจากการรักษาเช็กก็พาเชลซีกวาดทุกแชมป์เท่าที่เชลซีจะสามารถสรรหามาอยู่ในคอลเลคชั่นได้ ทั้งแชมป์ลีก, ลีกคัพ, เอฟเอ คัพ, คอมมิวนิตี้ ชิลด์, ยูฟ่า,ยูโรป้า และรางวัลส่วนตัวสารพัด จนทำเอาแฟนเชลซีสถาปนาให้เขาเป็นตำนานเชลซีร่วมกับดร็อกบา, แลมป์พาร์ด และเทอร์รี่ และเรียกวได้ว่าเขาเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดที่เชลซีเคยมีมา

ย้อนกลับไปในรอบชิงยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกปี 2012 ที่ต้องพบกับบาร์เยิร์น มิวนิก หลายคนก็คิดว่าฮีโร่คือดร็อกบา แต่ฮีโร่อีกคนที่ควรได้รับการยกย่องคือปีเตอร์เช็ก เพราะนอกจากจะเซฟบรรลัยในช่วง 90 นาทีแล้ว ยังได้เซฟจุดโทษของร็อบเบนที่เกือบจะพาบาร์เยิร์นเป็นแชมป์แล้ว รวมถึงฟอร์มตอนเซฟจุดโทษที่เรียกว่าโคตรสุดยอด เพราะเช็กพุ่งถูกทางทุกลูก ถึงแม้ว่าจะเซฟได้ไม่หมด แต่การพุ่งถูกทางทุกลูกก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเขาดีพอจะพาเชลซีเป็นแชมป์ถ้วยนี้ได้เช่นกัน

การมาของติโบร์ กูร์ตัว ทำให้เช็คต้องหล่นไปเป็นสำรองในทันที ด้วยความสดใหม่ของกูร์ตัวและอายุการใช้งานดูเหมือนจะใช้ได้อีกนาน เมื่อเขาเป็นสำรอง เขาก็ต้องหาวิธีต่างๆ เพื่อเป็นตัวจริงให้ได้ และเป็นอาเซนอลที่ได้ตัวเช็คไป หลายคนอาจจะมองว่าทำไมถึงเลือกปืนใหญ่ แต่เหตุผลของเช็คก็เพียงพอที่จะทำให้แฟนเชลซีรับได้ เพราะครอบครัวของเขาลงหลักปักฐานที่ลอนดอนแล้ว ทำให้เขาและครอบครัวไม่อยากย้ายไปไหนอีก

ปัจจุบันเช็คได้ประกาศเลือกเล่นหลังจบฤดูกาลนี้ พร้อมกับรางวัลต่างๆ มากมาย รวมถึงสถิติผู้รักษาประตูที่เรียกว่าอาจจะเป็นสถิติตลอดการ ทั้งคลีนชีทมากที่สุด คลีนชีทต่อฤดูกาลมากที่สุด คว้าถุงมือทองคำมากที่สุด

“ผมคิดว่าตัวเองสามารถทำได้ตามเป้าหมายทุกอย่างแล้ว หลังจากเล่นในพรีเมียร์ ลีก มา 15 ปี และคว้าทุกแชมป์ที่เป็นไปได้แล้ว” ประโยคอำลาที่ยิ่งใหญ่อีกประโยคหนึ่ง ซึ่งเขากวาดมาทุกรางวัลที่เขาจะหามาได้แล้ว และแม้ปีเตอร์ เช็กจะแขวนถุงมือไป แต่ชื่อของเขาจะกลายเป็นตำนานของวงการลูกหนังไปตลอดกาล

ติดตามข่าวกีฬาฟุตบอล และวาไรตี้ฟุตบอลต่างๆได้ที่ : 365supersport.com