ข่าวฟุตบอล ฟุตบอลต่างประเทศ ฟุตบอลวาไรตี้

เปิดประวัติ สุดยอดแมวมองหงส์แดง ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด ผู้อยู่เบื้องหลัง บิ๊กดีลยอดแข้งหงส์

เมื่อหลายฤดูกาลที่ผ่านมา การซื้อขายนักเตะของหงส์แดง ไม่อาจเทียบชั้นกับทีมระดับท็อปในพรีเมียร์ลีกได้เลย แต่ปัจจุบันเรื่องเหล่านั้นไม่มีอีกแล้ว ใครที่ทำให้การซื้อขายนักเตะของลิเวอร์พูล เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้

ในช่วงปี2011 สโมสรลิเวอร์พูล ภายใต้การเท็คโอเวอร์ของ จอห์น เฮนรี่ เขามองเห็นความสำคัญและรอยรั่วในจุดนี้ จึงมีมติสรรหาตำแหน่ง Director of football ให้กับลิเวอร์พูลในเวลานั้น และคนที่ได้รับมอบหมายในหน้าที่นี้คือชายที่ชื่อ “ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด” โดยลักษณะส่วนตัวของเขานั้นคงไม่ชอบการอยู่ในความสนใจของคนอื่นเท่าไร เพราะเขาไม่มีแม้กระทั่งรูปถ่ายของตัวเองบนเว็บไซท์ของสโมสร

ที่ลิเวอร์พูล เอ็ดเวิร์ด เริ่มงานในตำแหน่ง Head of Analytics ก่อนจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น Director of technical performance ในปี2013, Technical Director ปี 2015 และตำแหน่งปัจจุบัน Sporting Director เมื่อเดือนพฤศจิกายน2016 เอ็ดเวิร์ดร่วมงานกับผจก.ทีม3คน เคนนี่ ดัลกริช ,แบรนดอน รอดเจอร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เอ็ดเวิร์ดมีปัญหากับรอดเจอร์พอสมควร เพราะรอดเจอร์ไม่ชอบการทำงานแบบที่มีTechnical director รอดเจอร์เคยกล่าวไว้ตอนมารับตำแหน่งใหม่ๆว่า “เมื่อผมมารับงานที่นี่ ผมอยากจะร่วมงานกับผู้คนหลายๆคน มากกว่าที่จะทำงานกับแค่Technical Director เท่านั้น และในความเป็นจริง ตำแหน่งผจก.ทีมก็เหมือนกับเป็น Technical Directorอยู่แล้ว ผจก.จะต้องมองหาการพัฒนาในเรื่องต่างๆของสโมสร นั่นควรจะเป็นความรับผิดชอบของผจก.ทีมมากกว่า”

ซึ่งนั่นขัดกับทัศนคติของ เจอร์เก้น คล๊อปป์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ที่ค่อนข้างให้เครดิตแก่ไมเคิล เอ้ดเวิร์ด พอสมควรและมีให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

“ไมเคิลคือคนที่เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งนี้ ด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์รวมถึงทัศนคติของไมค์ ผมดีใจมากตอนที่รู้ว่าไมค์ตอบตกลงที่จะรับตำแหน่งนี้ ที่สำคัญที่สุด ไมเคิลมีทีมงานที่ยอดเยี่ยมอยู่รอบๆตัว และจะทำให้งานทุกอย่างเป็นไปด้วยดีอย่างที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้กับนักเตะทีมชุดใหญ่ รวมถึงเหล่านักเตะวัยรุ่นในทุกช่วงอายุอีกด้วย”

ในขณะที่เรากำลังรอคอยให้นาบี เคอิต้าและฟาบินโญ่แสดงให้เห็นว่าพวกเค้ามีดีอะไรในตัว อลิสซง เบคเกอร์ก็กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และโม ซาล่าห์ ที่เราซื้อมาในราคา37ล้านปอนด์ อาจจะเป็นการซื้อนักเตะที่เยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ก็เป็นได้ นอกจากรายชื่อเหล่านี้แล้ว ลองมาดูชื่อรายชื่อต่อไปนี้ โรเบอร์โต เฟอร์มิโน ,เฟอกิล ฟาน ไดจ์,  อเล็ก อ๊อกซ์เหลด แชมเบอร์เลน, ชาดิโอ มาเน่, จีจี้ ไวนัลดุม, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เหล่านี้ล้วนเป็นผลจากการทำงานหนักของไมเคิล เอ็ดเวิร์ดทั้งสิ้น (ขอเพิ่มนาบิล เฟคีย์ ไปอีกคนครับ ที่เอ็ดเวิร์ดทำงานสำเร็จจนทางลียงตอบรับข้อเสนอของเราและอนุญาตให้มีการพูดคุย จนมาถึงการตรวจร่างกายเจ้าปัญหาอย่างที่ทราบกัน)

เมื่อมีนักเตะที่น่าสนใจหลังจากที่แมวมองไปดูครั้งแรกแล้ว หลังจากนั้น2อาทิตย์ เอ็ดเวิร์ดจะส่งทีมไปเฝ้าดูอีกครั้ง และอาจจะใช้แมทช์ลงเตะประมาณ 15-20เกม ในการให้แมวมองเฝ้าดู เพื่อให้เห็นคุณภาพและประสิทธิภาพที่แท้จริงของนักเตะคนนั้น และ ทุกๆปีในเดือนมกราคม บรรดาแมวมองของทีมจะเดินทางไปทั่วโลก เพื่อคอยดูการฝึกซ้อมของนักเตะที่น่าสนใจหลายๆคนในช่วงเบรกหนีหนาว แม้แต่เอ็ดเวิร์ดเองก็เคยไปยืนดูโม ซาล่าห์ซ้อมกับทีมเอฟซี บาเซิ่ลที่มาเบลญ่ามาแล้ว ในตอนนั้นที่เชลซีปาดหน้าลิเวอร์พุลคว้าซาล่าห์ไปได้ โมไม่ประสบความสำเร็จในการลงเล่นกับเชลซี ทำให้ต้องย้ายทีมไปฟิออเรนติน่า ก่อนที่จะกลับมาโชว์ฟอร์มเด่นอีกครั้งกับโรม่า ลิเวอร์พูลที่เฝ้ามองมาตลอดพบว่าโมมีพัฒนาการมากขึ้นอย่างมากจากที่เคยเฝ้าดูสมัยเป็นนักเตะวัยรุ่น เขาเล่าต่อมาภายหลังว่าในครั้งแรกที่ยังเฝ้าดู บังมู นั้น เขาและทีมงานสรุปในครั้งแรกว่านักเตะคนนี้เหมาะจะเล่นกับทางอาร์เซนอลมากที่สุด
ซึ่งทีมปืนใหญ่เองก็ให้แมวมองชาวอิตาลีของทีมคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะรายงานกลับมาว่าการซื้อโม ซาล่าห์ จะเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ จึงเป็นลิเวอร์พูลในที่สุดที่คว้าตัวนักเตะที่เฝ้ามองมานานหลายปีได้สำเร็จ


ต้องแสดงความยินดีอย่างมากกับลิเวอร์พูลที่สามารถมองเห็นและแก้ปัญหาภายในทีมพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะเดินหน้าเป็นผู้ท้าชิงความสำเร็จอย่างเต็มตัว…

ติดตาม ข่าวฟุตบอล, ข่าวฟุตบอลล่าสุด, โปรแกรมบอล, ผลบอล, วิเคราะห์บอล, ไฮไลท์ฟุตบอล, ได้ที่ http://365supersport.com