ฟุตบอลวาไรตี้ ฟุตบอลไทย

ผลลัพธ์ที่ดี บางครั้งก็มาจากความพยายามบวกกับ”ดวงที่ดี”

เช้าที่ฟ้าครึ้มหน่อย แต่ถ้าเทียบกับเหล่าแฟนบอลช้างศึก คงสดใสแน่นอน จากผลฟุตบอลรายการ AFC เมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้งการเสมอเจ้าภาพ และอินเดียไปแพ้บาห์เรน ส่งผลให้ไทยเราเข้ารอบเป็นอันดับสองของกลุ่ม

จากการเริ่มต้นที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์หลังช้างศึกโดยทีมจากแดนภารตะไล่ตะเพิดไปถึง 4-1 หลายคนมองว่าตกรอบแน่นอนแล้ว บ้างก็ไล่นายกสมาคม แต่หลังจากการเปลี่ยนถ่ายจากยุคน้าราเยวัช เป็นโค้ชโต่ย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

การเข้ามาเล่นในฟุตบอลรายการนี้ นับว่าเป็นการกลับมาในรอบ 12 ปี ตั้งแต่ปี 2007 และ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ก็เป็นผู้เล่นที่หลงเหลือจากยุคนั้นเพียงคนเดียว การมาเล่นเอเชียน คัพ ครั้งนี้ หลายคนมองว่าเป็นอีกบททดสอบหนึ่งของสมาคมภายใต้การคุมของสมยศ ที่ทำให้คำพูดเป็นนายตัวเองหลังจากการตกรอบ ซูซูกิ คัพ ครั้งล่าสุด ด้วยการพูดว่า เตรียมทีมเพื่อเอเชียน คัพ ในครั้งนี้ ทำให้ผลงานในเอเชียน คัพ ครั้งนี้ ถูกแฟนบอลช้างศึกหลายคนจ้องมองอยู่เสมอ

หลังจากการเรียกทัพช้างศึกทั้ง 23 คนมานั้น หลายคนตั้งเป้าไว้ที่ผลงานในรอบแบ่งกลุ่มไม่แย่ บอลมีทรง เพราะไทยไม่เคยผ่านรอบแรกมาเกือบ 50 ปีแล้ว บางคนก็ตั้งเป้าไว้ที่แค่เข้ารอบน็อกเอาท์ได้ก็กำไรสุดๆ แล้ว

นัดประเดิมสนามของทีมชาติไทยจะต้องพบกับอินเดีย แม้ว่าสถิติอะไรหลายๆ อย่าง ดูเหมือนจะเอนเอียงมาทางไทย แต่สถิติก็คือสถิติ มันไม่ใช่ตัวแปรสำคัญที่จะเอาชนะอินเดียได้ในกีฬาฟุตบอล แม้ว่าการที่ทีมชาติไทยจะมีนักเตะจากเจลีกถึง 3 คน แต่นั่นก็ไม่สามารถการันตีได้เลยว่าทีมชาติไทยจะเก็บ 3 แต้มจากทีมชาติอินเดีย และบอลลูกกลมๆ ก็ทำให้เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ถ้าทำการบ้านมาดี จบเกมทัพช้างศึก โดนอินเดียไล่ยิงไป 4-1

หลังจากการแพ้อินเดียในรอบ 33 ปี ทำให้กระแสสังคมถาโถมเข้ามาที่แคมป์ทีมชาติไทย ทั้งการปลดโค้ช การล่ารายชื่อปลดนายกสมาคม หรือแม้กระทั่งด่านักเตะ และไม่ถึง 12 ชั่วโมง บิ๊กอ๊อด ก็ได้ปลดราเยวัชกลางทาง พร้อมกับแต่งตั้งโค้ชโต่ยที่เป็นมือขวาของราเยวัชเป็นรักษาการทีมชาติไทย

การมาของโค้ชโต่ยทำให้หลายคิดว่าอาจจะดีต่อทีมชาติก็ได้ เพราะได้คนในชาติมาคุม น่าจะมีความเข้าใจนักเตะ และสื่อสารกันได้ดีกว่าโค้ชต่างชาติ รวมไปถึงการเอาประเด็นของโซลชาร์มาพ่วงด้วยว่าบอลเปลี่ยนโค้ชดีหมดแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า

ใครจะไปคิดว่าบอลเปลี่ยนโค้ชมันดีขนาดนี้ ในนัดที่ 2 ในต้องพบกับบาห์เรน ซึ่งทีมชาติไทยก็ไม่เคยชนะบาห์เรนมาเกือบ 40 ปี ทีมชาติไทยภายใต้การคุมของโค้ชโต่ย ด้วยรูปแบบแผนใหม่ การบุกที่ได้ใจคนดู ทำให้ไทยชนะบาห์เรนไป 1-0 จากชนาธิป สรงกระสินธ์ พลิกล็อกสถิติอีกรอบด้วยการชนะในรอบ 39 ปี

มาถึงจุดนี้แล้ว สถิติคงไม่มีผลอะไรแล้วถ้าใจสู้ซะอย่าง หลังจากการชนะบาห์เรน แสงแห่งความหวังก็จุดประกายอีกครั้ง นัดสุดท้ายทีมชาติไทยขอแค่เสมอก็ยังได้ลุ้นการเป็นที่ 3 ที่ดีสุดเพื่อเข้ารอบ หรือชนะเพื่อเข้ารอบทันที

นัดสุดท้ายไทยต้องพบกับเจ้าภาพ อาหรับ เอมิเรต แฟนบอลช้างศึกอาจจะไม่กลัวขุมกำลังของยูเออีมากนักเพราะ ทีเด็ดอย่าง โอมาร์ อับดุลลามัน ไม่ได้ติดมาด้วย แต่สิ่งที่น่ากลัวคือชุดดำที่อยู่ในสนามมากกว่า จากการที่ไทยเคยเสียเปรียบทีมจากแดนอาหรับมาหลายหน แต่จากการให้สัมภาษณ์ของเหล่านักเตะ ทำให้รู้ว่าพวกเขาไม่หวั่นเกรงต่อชุดดำ และแสดงให้เห็นว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะเข้ารอบให้ได้

ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม จบไปด้วยผลเสมอของไทยกับยูเออี แต่นั่นอาจจะต้องไปลุ้นอีกคู่ที่กำลังแข่งพร้อมกันด้วยว่า ผลจบเป็นอย่างไร 

เหมือนว่าทุกอย่างเป็นใจให้ทีมชาติไทยแทบทุกอย่าง ทั้งการเสียประตูลูกแรกที่อดิศร ใช้มือปัดการโหม่งซ้ำไม่ให้เข้าประตู แต่กรรมการไม่แจกใบอะไรทำให้รอดตัว และจังหวะการได้ประตูตีเสมอของทีมชาติไทย ถึงแม้ว่า เจ้ามุ้ย จะเตะวืดไม่โดนบอล แต่ฐิติพันธ์ ตามมาเก็บได้แม้ว่าจังหวะแรกจังยิงไปติดเซฟ แต่บอลก็เด้งกลับมาอย่างเป็นใจให้ซ้ำเข้าไปตีเสมอ

ในเกมว่ามีโชคแล้ว อีกสนามหนึ่งที่แข่งอยู่ก็มอบโชคให้ไทยด้วย บาห์เรนได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำเอาอินเดียไม่มีโอกาสได้แก้ตัว และตกรอบไปเป็นทีมแรก และบาห์เรนส่งไทยให้เป็นอันดับ 2 ส่วนพวกเขาก็รอผลอย่างเป็นทางการในการเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด เพื่อเข้ารอบต่อไป

ไทยเข้ารอบน็อกเอาท์ครั้งแรกในรอบ 47 ปี ทำเอาแฟนบอลช้างศึกเฮฮากันทั้งคืน ส่วนโค้ชโต่ยก็ได้รับสมญานามว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลโต่ย ส่วนกระแสการปลดนายกสมาคมอย่างบิ๊กอ๊อด สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ก็ซาๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังมีมาเรื่อยๆ ส่วนในรอบต่อไป ทีมชาติไทยต้องรอลุ้นว่าจะเจอใครระหว่างเกาหลีใต้กับจีน ส่วนตัวผมเองคงต้องบอกว่านาทีนี้เกาหลีก็เกาหลีเหอะ กูขอเจอจีน! 

ติดตามข่าวกีฬาฟุตบอล และวาไรตี้ฟุตบอลต่างๆได้ที่ : 365supersport.com